"เห็ดหลินจือ" ราชาแห่งสมุนไพร เสริมภูมิคุ้มกัน ต้านมะเร็ง ตอนที่ 2
ในตอนที่ 2 นี้ ยังมีสิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับเห็ดหลินจือ
ประโยชน์ของ "ราชาแห่งสมุนไพร"
มันมีมากมายขนาดไหน?
ประโยชน์ของเห็ดหลินจือ สรรพคุณสมเป็น "ยาอายุวัฒนะ"
ในเห็ดหลินจือมีสารสำคัญหลายชนิด โดยมีองค์ประกอบหลักคือ
- สารในกลุ่มโพลีแซคคาไรด์ (Polysaccharides) มีฤทธิ์เสริมระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย ช่วยกำจัดเซลล์มะเร็ง ยับยั้งเนื้องอก ลดน้ำตาลในเลือด ลดอาการอักเสบ
- สารในกลุ่มไตรเทอร์พีน (Triterpene) ช่วยกำจัดการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง ยับยั้งเซลล์มะเร็งตับ ป้องกันโรคภูมิแพ้ ลดความดันโลหิต ลดไขมันในเลือด ป้องกันไขมันอุดตันในเส้นเลือด
- สารในกลุ่มนิวคลีโอไทด์ (Nucleotide) ออกฤทธิ์บรรเทาอาการเจ็บปวด ป้องกันลิ่มเลือดแข็งตัวในเส้นเลือด ลดความเสี่ยงโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อไวรัส
- สารประกอบเจอมาเนียม (Gemanium) เสริมสร้างภูมิต้านทานของร่างกาย บำรุงประสาท สมอง หัวใจ กระตุ้นระบบไหลเวียนเลือด
สนใจสั่งซื้อ/สมัครตัวแทน
☎️Tel : 096-9326442
📱Line : @ite5115h
Facebook : Martial Horse Serum
นอกจากนี้ยังมีสารสำคัญอื่น ๆ ที่มีฤทธิ์ช่วยบำรุงสุขภาพ ต้านการอักเสบ ช่วยยับยั้งและรักษาอาการต่าง ๆ ของโรคได้มากมาย ซึ่งพบได้ทั้งในดอกเห็ดและสปอร์ แต่ส่วนใหญ่พบในสปอร์ และสปอร์ที่กะเทาะผนังหุ้มจะมีสารสำคัญและฤทธิ์ทางยาดีกว่าสปอร์ที่ไม่กะเทาะผนังหุ้ม โดยในตำรับยาระบุไว้ว่า "เห็ดหลินจือ" นำมาใช้รักษาได้หลายอาการ เช่น...
- บำรุงร่างกาย เสริมกำลัง บรรเทาอาการอ่อนเพลีย
- เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน โดยมีรายงานการศึกษาทางคลินิกพบว่า เห็ดหลินจือมีฤทธิ์กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในผู้ป่วยมะเร็งปอด, ผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ และผู้ป่วยมะเร็งขั้นลุกลาม
- ลดน้ำตาลในเลือด ควบคุมอาการของโรคเบาหวาน รวมทั้งโรคที่อยู่ในกลุ่มอาการความผิดปกติของระบบเผาผลาญอาหารของร่างกาย
- ลดไขมันในเลือด ป้องกันโรคหัวใจ
- เสริมสร้างความจำ ป้องกันอัลไซเมอร์
- ช่วยให้เลือดลมไหลเวียนได้ดีขึ้น
- ชะลอความแก่ บำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง
- ล้างพิษให้ร่างกาย
- บำรุงสายตา
- แก้หลอดลมอักเสบเรื้อรัง
- รักษาโรคภูมิแพ้ หืด หอบ
- เพิ่มความแข็งแรงให้ปอด ม้าม
- ลดความดันโลหิตสูง
- แก้ปวดเมื่อย ปวดข้อ โรคเกาต์
- บำรุงระบบประสาท โดยมีการนำไปรักษาโรคประสาทที่มีอาการอ่อนเพลียอย่างเรื้อรังได้เห็นผล
- แก้อาการนอนไม่หลับ เวียนศีรษะ เบื่ออาหาร
- รักษาอาการปวดหลังจากการติดเชื้องูสวัด
- รักษาแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้
- ลดการอักเสบในลำไส้
- บำรุงและรักษาโรคตับต่าง ๆ ทั้งตับแข็ง ตับอักเสบ ฟื้นฟูสมรรถภาพของตับที่ถูกทำลายจากการรับประทานยาจำนวนมากติดต่อกันเป็นเวลานาน
- ขับปัสสาวะ รักษาโรคทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง
- ป้องกันการทำงานหนักของไต
- รักษาริดสีดวงทวาร
- ลดอาการปวดประจำเดือน
- แก้ภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
- แก้ปัญหาภาวะมีบุตรยาก
ฯลฯ
ทั้งนี้การศึกษาของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เกี่ยวกับพิษวิทยาของเห็ดหลินจือทั้งพิษแบบเฉียบพลันและพิษแบบเรื้อรังพบว่า มีความเป็นพิษต่ำมาก และมีความปลอดภัยสำหรับการใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน เพราะไม่พบผลข้างเคียงหรือสารตกค้างที่ตับหรือไต

สรรพคุณของเห็ดหลินจือที่วงการแพทย์กล่าวถึงกันมากที่สุดนั่นก็คือ ฤทธิ์ในการต้านมะเร็งและฆ่าเซลล์มะเร็ง เพราะมีงานวิจัยทางการแพทย์ทั้งในและต่างประเทศพบว่า เห็ดหลินจือมีคุณสมบัติในการต่อต้านโรคมะเร็งที่ได้ผลดีเยี่ยม เพราะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของเซลล์เม็ดเลือดขาว เสริมสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกายให้สามารถออกฤทธิ์ต่อต้านกับเซลล์มะเร็งในร่างกายได้ เช่น มะเร็งรังไข่ มะเร็งเต้านม มะเร็งมดลูก ฯลฯ ทั้งยังมีฤทธิ์กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในผู้ป่วยมะเร็งปอด, ผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ และผู้ป่วยมะเร็งขั้นลุกลาม
แต่ก่อนที่ผู้ป่วยโรคมะเร็งจะตัดสินใจใช้เห็ดหลินจือเป็นยาเสริมนั้น เพื่อความปลอดภัยควรปรึกษาแพทย์ผู้ทำการรักษาหรือแพทย์ผู้ให้เคมีบำบัดก่อนทุกครั้ง เพราะการใช้สมุนไพรรักษามะเร็งร่วมกับการรักษาทางเคมีบำบัดอาจเกิดผลข้างเคียงได้ เช่น ไปลดทอนประสิทธิภาพของยาเคมี ทำให้การรักษาไม่ได้ผลเท่าที่ควรจะเป็น
วิธีรับประทานเห็ดหลินจือป้องกันโรค
1. ดอกเห็ดหลินจือฝานบาง ๆ ประมาณ 2-3 ชิ้น
2. ต้มในน้ำเดือดนาน 10-15 นาที
3. ใช้ดื่มแทนน้ำได้ตลอดเวลา จะช่วยให้สดชื่น เสริมภูมิต้านทาน และไม่เกิดอันตรายต่อสุขภาพ แต่ช่วงเวลาที่ร่างกายจะสามารถดูดซับสารจากเห็ดหลินจือได้ดีที่สุดนั้น ก็คือช่วงเวลาที่ท้องว่าง โดยแนะนำให้ดื่มในช่วงตื่นนอนในตอนเช้า หรือก่อนเข้านอน 1 ชั่วโมง
ทั้งนี้ เห็ดหลินจือใช้ทานเพื่อเป็นยา จึงไม่ควรนำไปปรุงร่วมกับอาหารชนิดอื่น แต่หากไม่สะดวกจะนำดอกเห็ดหลินจือมาต้มน้ำดื่มก็สามารถทานเห็ดหลินจือในรูปแบบแคปซูล ชา กาแฟ ซึ่งแปรรูปวางขายอยู่ในท้องตลาดก็ได้เช่นกัน แต่ต้องทานตามปริมาณที่ระบุไว้ในฉลาก และเลือกผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน เพื่อความปลอดภัย สามารถตรวจสอบผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองและการขึ้นทะเบียนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ที่ www.fda.moph.go.th
สนับสนุนข้อมูลโดย
https://health.kapook.com
http://sukkaphap-d.com
https://health.kapook.com
http://sukkaphap-d.com


ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น